ปีนี้เป็นปีที่ตัด (สิน) ใจซื้อคอมพ์ตั้งโต๊ะได้ยากจริงๆ
posted on 22 Jan 2005 23:14 by digiknight| ปีนี้เป็นปีที่ตัด (สิน) ใจซื้อคอมพ์ตั้งโต๊ะได้ยากจริงๆ |
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ | 21 มกราคม 2548 15:07 น. |
|
ข้อแตกต่างระหว่าง Socket 939 กับ Socket 754 คือ Socket 939 จะซัพพอร์ตสถาปัตยกรรมหน่วยความจำแบบ Dual-Channel ที่ให้สมรรถนะและประสิทธิภาพโดยรวมของระบบสูงกว่า การที่ Socket 754 ไม่ซัพพอร์ต Dual-Channel ทำให้ HyperTransport แทบจะหมดความหมาย เสมือนมีถนนไฮเวย์ แต่ทางเข้าไฮเวย์กลับให้รถผ่านได้ทีละคัน ก็ไปออกันอยู่ตรงประตูทางเข้านั่นแหละ ตรงกันข้ามกับ Pentium 4 ที่ซัพพอร์ต Dual-Channel มาตั้งแต่ปี 2546 คู่ต่อสู้ที่พอจะฟัดกับ Pentium 4 ได้ก็คือ Athlon 64 รุ่น Socket 939 แต่ก็มาติดที่ว่าตอนนี้แพงเกินไป และนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ความน่าสนใจในตัว Athlon 64 น้อยลงไปอีก เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2548 มีรายงานว่า เอเอ็มดีได้ร่วมกับทางการไต้หวัน บุกทลายแหล่งผลิตซีพียูรีมาร์ค ยึดของกลางเป็นซีพียูรีมาร์คยี่ห้อเอเอ็มดีได้ 60,000 ตัว แต่ที่สำคัญคือ รายงานระบุด้วยว่า มีซีพียูรีมาร์คบางส่วนได้ถูกส่งออกไปยังยุโรปและเอเชียแล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีเล็ดลอดเข้ามาในเมืองไทยบ้างไม่มากก็น้อย แม้รายงานจะไม่ได้ระบุว่าซีพียูที่พบเป็นรุ่นอะไร แต่ใครล่ะจะเสี่ยง ซีพียูรีมาร์ค คือโปรเซสเซอร์ที่ถูกโอเวอร์คล็อก หรือถูกปรับแต่งให้มีรอบการทำงานสูงขึ้น และระบุระดับความเร็วหรือหมายเลขรุ่นที่สูงกว่าความเป็นจริง โดยมุ่งหวังที่กำไรจากราคาขายที่สูงขึ้น ข้อเสียของซีพียูรีมาร์คคือความเสถียรในการทำงานจะต่ำเมื่อเทียบกับรุ่นปกติ AMD Athlon 64 เป็นเดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ที่ดี และอยู่ในใจใครหลายคน แต่การที่ของหายาก เมนบอร์ดไม่มี ราคาแพง ไม่ซัพพอร์ต Dual-Channel รุ่นใหม่ออกแล้ว แต่ราคาสูงเกินเอื้อม และของปลอมกำลังระบาด ทั้งหมดทำให้หลายคนข้างต้นต้องเปลี่ยนใจ |
อย่างแรกคือ Pentium 4 ไม่ซัพพอร์ต 64-Bit Extension ไม่มีความสามารถด้าน 64 บิตในตัว เทคโนโลยีนี้เป็นเทรนด์ของอนาคต อินเทลปฏิเสธเทรนด์ดังกล่าวได้ไม่นานก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง ใส่เทคโนโลยี 64-Bit เข้าไปในชิป Xeon โค้ดเนม Nocona และเริ่มทำตลาดมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2547 แต่สำหรับ Pentium 4 ตอนนี้ยัง ดังนั้นจึงต้องทำใจสำหรับสมรรถนะที่จะได้ในการรันแอพพลิเคชั่นใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่กับปัจจุบันไม่มีปัญหา อีกปัญหาหนึ่ง ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทำให้ต้องคิดมาก ก็คือ Pentium 4 มีประวัติไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่ เลื่อนคลอดมาหลายครั้ง จากปัญหาไฟรั่วตัวร้อน เดือนตุลาคม 2546 อินเทลออกมาบอกว่า เลื่อนคลอด Prescott ออกไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2547 จากเดิมที่กำหนดว่าเป็นไตรมาส 4 ปี 2546 ซึ่งนักวิเคราะห์ฟันธงว่า เพราะกระแสไฟไม่พอรับกับสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเกิดการรั่วไหลของอิเล็กตรอนในตัวชิป ปกติแล้วเทคโนโลยีการผลิตใหม่จะทำให้ชิปกินไฟน้อยลง ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตเร่งการทำงานของชิปให้เร็วขึ้นได้ โดยมุ่งหวังที่สมรรถนะที่เพิ่มขึ้น แต่กรณีของ Prescott ตรงกันข้าม เทคโนโลยีการผลิต 90 นาโนเมตรทำให้ทรานซิสเตอร์ในตัวชิปอยู่ชิดกันมากขึ้น ใกล้กันจนอิเล็กตรอนกระโดดข้ามฉนวนกั้นระหว่างทรานซิสเตอร์แต่ละตัวได้ ยิ่งเร็ว ก็ยิ่งโดด ผลก็คือ ยิ่งรั่วและยิ่งร้อน ซึ่งเป็นเหตุให้ Prescott กินไฟมากถึง 100 วัตต์และร้อนจัดๆ เทียบกับ 82 วัตต์ของ Pentium 4 โค้ดเนม Northwood ที่ใช้เทคโนโลยี 130 นาโนเมตรในการผลิต และแม้ทางอินเทลจะออกมาแถลงว่าสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้แล้ว แต่ไม่มีใครรู้ว่าแก้ได้ 100% หรือไม่ | |||||
ถ้าไม่เอาทั้ง Athlon 64 และ Pentium 4 ล่ะ ... จะเหลืออะไรให้เลือก??? ก็เหลือ AMD Sempron, AMD Athlon XP และ Intel Celeron D แต่เอเอ็มดีจะเลิกผลิต Athlon XP ในปีนี้ ดังนั้นจึงเหลือตัวเลือกเพียง Sempron กับ Celeron D เท่านั้น Sempron ใช้สถาปัตยกรรมเดียวกับ Athlon XP (Socket A) จะเรียกว่าเป็นตัวตายตัวแทนของ Athlon XP ก็ได้ ใช้แคชขนาด 256KB ใช้ FSB 333MHz ไม่ซัพพอร์ต Dual-Channel ขณะที่ Intel Celeron D ใช้สถาปัตยกรรมเดียวกันกับ Pentium 4 (Socket 478) ใช้แคชขนาด 256KB เหมือนกัน แต่ใช้ FSB 533MHz และซัพพอร์ต Dual-Channel ทั้ง 2 ตัวไม่ซัพพอร์ต 64-Bit Extension ดูเหมือน Celeron D จะมีภาษีดีกว่า หรืออาจจะพอๆกัน เพราะเขาเทสต์กันมาแล้ว แต่ Celeron D ถูกกว่า ราคา ณ วันที่ 8 มกราคม 2548 ของ Celeron D 330-2.6GHz อยู่ที่ 3,530 บาท ส่วน Sempron 2600+ ราคาอยู่ที่ 3,760 บาท อย่างไรก็ตาม พึงต้องระลึกอยู่เสมอว่าทั้ง 2 รุ่นเป็นชิประดับโลว์เอนด์สำหรับคอมพ์ราคาประหยัด หรือคนที่ไม่ต้องการใช้กำลังของเครื่องมากนัก ตรงนี้มีจุดน่าสังเกต ซึ่งขอนอกเรื่องนิดนึงคือ เอเอ็มดีมีนโยบายปฏิวัติตัวเองจากผู้ตามเป็นผู้นำ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก แต่การที่ปฏิวัติแล้วทำให้ราคาของแพงขึ้นนี่ ไม่รู้ว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสียกับเอเอ็มดีในระยะยาวกันแน่ อันนี้ตั้งเป็นประเด็นไว้เฉยๆ คงต้องติดตามความเคลื่อนไหวกันต่อไป |
ส่วนค่ายอินเทลซัพพอร์ต PCI Express มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2547 กับชิปเซ็ต Intel 915 Express และ Intel 925 Express แต่ซัพพอร์ตเฉพาะรุ่น Socket 775 ซึ่งตอนนี้มีอยู่ในตลาดเพียง 3 รุ่น ได้แก่ Pentium 4 520-2.8GHz ราคา 6,990 บาท Pentium 4 530-3.0GHz ราคา 7,990 บาท และ Pentium 4 540-3.2GHz ราคา 9,900 บาท ทั้ง 3 รุ่นยังไม่ซัพพอร์ต 64-Bit Extension ส่วนเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซ็ตดังกล่าวตอนนี้ยังใหม่ และก็มีน้อยมากเช่นกัน ราคาอยู่ในช่วง 5,000-10,000 บาท ซึ่งยังแพง | ||||
สรุปได้ว่า ชิ้นส่วนพีซีในปีนี้ ที่มีราคาอยู่ในระดับกลางๆ ล้วนแต่ไม่ค่อยเต็มกันทั้งนั้น ถ้าใครจะซื้อจริงๆ คงต้องทำใจ ส่วนอันที่เต็มๆสมบูรณ์แบบ ก็ใหม่ ราคายังสุดเอื้อม ไว้รอปีหน้า ให้ราคาลงสักหน่อย จะน่าสนใจกว่า ... ตัด (สิน) ใจซื้อยากจริงๆ ลิงค์เพื่อการตรวจสอบราคาชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ByXtreme Dcomputer A&L Computer Synnex Com7 Hardware House Group World Business Computer Incom Group Elite Systems Billion Tech Famous Computer M&D Computer Speed Computer |