ปีนี้เป็นปีที่ตัด (สิน) ใจซื้อคอมพ์ตั้งโต๊ะได้ยากจริงๆ
โดย ผู้จัดการออนไลน์21 มกราคม 2548 15:07 น.
ปี 2548 เป็นปีที่ตัด (สิน) ใจซื้อคอมพ์ตั้งโต๊ะได้ยากจริงๆ เพราะชิ้นส่วนที่เรียกว่าเป็นหัวใจและมันสมองของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่วางขายอยู่ในตลาดเมืองไทยตอนนี้ แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อล้วนแต่มีปัญหาที่ยากจะละเลย อันที่ดีๆก็แพงเกินไป ส่วนอันที่พอซื้อไหว ไม่ถึงปีก็ตกรุ่น เพราะปีนี้มีเทคโนโลยีใหม่จ่อคิวลงตลาดเพียบ และราคาจะลงมาให้สัมผัสกันได้ในปีหน้า

Centrino ใหม่ โค้ดเนม Sonoma มาแล้ว พร้อมฟีเจอร์โมบายล์เอนเตอร์เทนเมนต์เต็มรูปแบบ
งานนี้โน้ตบุ๊คไม่เกี่ยว เพราะโมบายล์เทคโนโลยีของอินเทลตอนนี้ยังกินขาด สามารถจัดสมดุลคุณสมบัติสำคัญๆของโน้ตบุ๊คได้อย่างลงตัวที่สุด และยังสามารถสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครบถ้วนอีกด้วย ไม่ว่าเรื่องสมรรถนะ ประสิทธิภาพ ความสามารถในการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ระยะเวลาที่รันได้บนแบตเตอรี่ รวมไปถึงขนาดและน้ำหนัก แถมยังมีให้เลือกใช้กันในทุกประเภทของโน้ตบุ๊คเลยทีเดียว

ก่อนจะเข้าเรื่อง เรามาปรับพื้นฐานความรู้เรื่อง
ส่วนประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์กันก่อนสักนิด เพื่อจะได้เห็นภาพและเข้าใจในสิ่งที่จะบอกเล่าต่อไป

เพราะชิ้นส่วนสำคัญของคอมพิวเตอร์มีเพียงโปรเซสเซอร์และชิปเซ็ต โปรเซสเซอร์เป็นตัวกำหนดว่าจะใช้ชิปเซ็ตอะไร และชิปเซ็ตเป็นตัวกำหนดว่าจะใช้เทคโนโลยีอะไรหรือจะเอาอุปกรณ์อะไรแบบไหนมาต่อ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้เราจะพิจารณากันที่ 2 สิ่งนี้เป็นหลัก


Athlon 64 Socket 754
AMD Athlon 64 เป็นซีพียูที่ดีตัวหนึ่งที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดตอนนี้ มีความสามารถในการประมวลผลได้ทั้งแบบ 32 และ 64 บิต หรือที่เรียกว่า 64-Bit Extension ซึ่งดีสำหรับอนาคต ใช้เทคโนโลยี HyperTransport ทำหน้าที่แทนฟรอนต์ไซด์บัส (Front Side Bus; FSB) ในการส่งผ่านข้อมูลระหว่างซีพียูกับหน่วยความจำแรม จุดเด่นคือสามารถส่งผ่านข้อมูลได้เร็วกว่า FSB 800MHz ของ Pentium 4 นัยหนึ่งคือสมรรถนะที่สูงกว่า แถมยังมีเทคโนโลยี Cools Quiet จ่ายไฟตามภาระงานที่ซีพียูได้รับ ข้อดีคือเงียบ โดยสมรรถนะไม่ตก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในบ้าน หรือการทำงานที่ต้องใช้สมาธิ

จุดเด่นอีกอันหนึ่งของ Athlon 64 คือมีซีเคียวริตี้ในตัว ภายใต้ชื่อว่า Enhanced Virus Protection (EVP) ที่ต้องทำงานร่วมกับ Windows XP Service Pack 2 (SP2) จึงจะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสคอมพิวเตอร์ หนอนคอมพิวเตอร์ การลอบเข้าระบบของผู้ไม่หวังดี การฝังตัวของโค้ดร้าย ได้ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่ 100% แต่ช่วยให้เราเล่นเน็ตได้สบายมากขึ้น ไม่ต้องระแวงกันมากนัก

อย่างไรก็ตาม จากการ เดิน สำรวจตลาดพบว่า ห้างพันธุ์ทิพย์ทั้งห้าง มีร้านขาย Athlon 64 อยู่ไม่กี่ร้าน รวมไปถึงร้านขายเมนบอร์ดสำหรับ Athlon 64 ด้วย แถมร้านที่ขายส่วนใหญ่ก็เป็นเครือเดียวกัน จึงเหลือผู้เล่นในตลาดนี้เพียง 2-3 ราย ก็เข้าสู่กลไกตลาด คือผู้เล่นน้อย การแข่งขันต่ำ ผู้ขายสามารถตั้งราคาสินค้าได้สูง ซึ่งผลที่ออกมาก็เป็นจริงตามทฤษฎี

ราคา ณ วันที่ 8 มกราคม 2548 ซีพียู Athlon 64 3000+ (Socket 754) ราคา 7,390 บาท เท่ากับ Pentium 4 3.0E (Socket 478) แต่ Athlon 64 3000+ รันที่ความเร็ว 2GHz ซึ่งต่ำกว่า ราคาจึงน่าจะถูกกว่าด้วย ซึ่งจริงๆแล้วที่อเมริกาก็ถูกกว่า ราคา Athlon 64 3000+ บนเว็บของ AMD ที่อเมริกา 163 ดอลลาร์ (ประมาณ 6,304 บาท) ขณะที่ราคา Pentium 4 3.0E บนเว็บของ Intel ที่อเมริกา 178 ดอลลาร์ (ประมาณ 6,885 บาท) แต่ที่เมืองไทย Athlon 64 แพงกว่า ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Athlon 64 3200+ ราคา 9,850 บาท แพงกว่า Pentium 4 3.2E ที่มีราคา 9,380 บาท

รูปบน Socket 939 รูปล่าง Socket 754
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Athlon 64 น่าสนใจน้อยลงก็คือ สถาปัตยกรรมรุ่นใหม่ Socket 939 ออกมาแล้ว ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2547 ในเมืองไทยก็มีแล้ว แต่เพิ่งวางตลาด และตอนนี้มีเพียงรุ่นเดียวคือ Athlon 64 3200+ (Socket 939) ราคาแพงกว่ารุ่น Socket 754 อยู่ 140 บาท ซึ่งยังแพงเกินไปสำหรับผู้ใช้ระดับธรรมดา หรือถ้าจะเลือกรุ่น Socket 754 ที่ราคาต่ำกว่า ก็ต้องทำใจ เพราะซื้อปุ๊บตกรุ่นปั๊บ

ข้อแตกต่างระหว่าง Socket 939 กับ Socket 754 คือ Socket 939 จะซัพพอร์ตสถาปัตยกรรมหน่วยความจำแบบ Dual-Channel ที่ให้สมรรถนะและประสิทธิภาพโดยรวมของระบบสูงกว่า การที่ Socket 754 ไม่ซัพพอร์ต Dual-Channel ทำให้ HyperTransport แทบจะหมดความหมาย เสมือนมีถนนไฮเวย์ แต่ทางเข้าไฮเวย์กลับให้รถผ่านได้ทีละคัน ก็ไปออกันอยู่ตรงประตูทางเข้านั่นแหละ ตรงกันข้ามกับ Pentium 4 ที่ซัพพอร์ต Dual-Channel มาตั้งแต่ปี 2546 คู่ต่อสู้ที่พอจะฟัดกับ Pentium 4 ได้ก็คือ Athlon 64 รุ่น Socket 939 แต่ก็มาติดที่ว่าตอนนี้แพงเกินไป และนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ความน่าสนใจในตัว Athlon 64 น้อยลงไปอีก

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2548 มีรายงานว่า เอเอ็มดีได้ร่วมกับทางการไต้หวัน บุกทลายแหล่งผลิตซีพียูรีมาร์ค ยึดของกลางเป็นซีพียูรีมาร์คยี่ห้อเอเอ็มดีได้ 60,000 ตัว แต่ที่สำคัญคือ รายงานระบุด้วยว่า มีซีพียูรีมาร์คบางส่วนได้ถูกส่งออกไปยังยุโรปและเอเชียแล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีเล็ดลอดเข้ามาในเมืองไทยบ้างไม่มากก็น้อย แม้รายงานจะไม่ได้ระบุว่าซีพียูที่พบเป็นรุ่นอะไร แต่ใครล่ะจะเสี่ยง

ซีพียูรีมาร์ค คือโปรเซสเซอร์ที่ถูกโอเวอร์คล็อก หรือถูกปรับแต่งให้มีรอบการทำงานสูงขึ้น และระบุระดับความเร็วหรือหมายเลขรุ่นที่สูงกว่าความเป็นจริง โดยมุ่งหวังที่กำไรจากราคาขายที่สูงขึ้น ข้อเสียของซีพียูรีมาร์คคือความเสถียรในการทำงานจะต่ำเมื่อเทียบกับรุ่นปกติ

AMD Athlon 64 เป็นเดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ที่ดี และอยู่ในใจใครหลายคน แต่การที่ของหายาก เมนบอร์ดไม่มี ราคาแพง ไม่ซัพพอร์ต Dual-Channel รุ่นใหม่ออกแล้ว แต่ราคาสูงเกินเอื้อม และของปลอมกำลังระบาด ทั้งหมดทำให้หลายคนข้างต้นต้องเปลี่ยนใจ
Intel Prescott
Pentium 4 หาซื้อง่าย มีขายกันทุกร้าน เมนบอร์ดมีให้เลือกเพียบ ตั้งแต่ราคาไม่ถึง 2,000 บาท ไปจนถึงระดับ 10,000 บาท ซัพพอร์ต Dual-Channel มานานแล้ว และไม่ต้องกลัวว่าซื้อไปแล้วจะได้ของปลอม เหมือนจะดีไปซะหมด แต่ทุกอย่างในโลกนี้มี 2 ด้านเสมอ

อย่างแรกคือ Pentium 4 ไม่ซัพพอร์ต 64-Bit Extension ไม่มีความสามารถด้าน 64 บิตในตัว เทคโนโลยีนี้เป็นเทรนด์ของอนาคต อินเทลปฏิเสธเทรนด์ดังกล่าวได้ไม่นานก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง ใส่เทคโนโลยี 64-Bit เข้าไปในชิป Xeon โค้ดเนม Nocona และเริ่มทำตลาดมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2547 แต่สำหรับ Pentium 4 ตอนนี้ยัง ดังนั้นจึงต้องทำใจสำหรับสมรรถนะที่จะได้ในการรันแอพพลิเคชั่นใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่กับปัจจุบันไม่มีปัญหา

อีกปัญหาหนึ่ง ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทำให้ต้องคิดมาก ก็คือ Pentium 4 มีประวัติไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่ เลื่อนคลอดมาหลายครั้ง จากปัญหาไฟรั่วตัวร้อน

เดือนตุลาคม 2546 อินเทลออกมาบอกว่า เลื่อนคลอด Prescott ออกไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2547 จากเดิมที่กำหนดว่าเป็นไตรมาส 4 ปี 2546 ซึ่งนักวิเคราะห์ฟันธงว่า เพราะกระแสไฟไม่พอรับกับสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเกิดการรั่วไหลของอิเล็กตรอนในตัวชิป

ปกติแล้วเทคโนโลยีการผลิตใหม่จะทำให้ชิปกินไฟน้อยลง ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตเร่งการทำงานของชิปให้เร็วขึ้นได้ โดยมุ่งหวังที่สมรรถนะที่เพิ่มขึ้น แต่กรณีของ Prescott ตรงกันข้าม เทคโนโลยีการผลิต 90 นาโนเมตรทำให้ทรานซิสเตอร์ในตัวชิปอยู่ชิดกันมากขึ้น ใกล้กันจนอิเล็กตรอนกระโดดข้ามฉนวนกั้นระหว่างทรานซิสเตอร์แต่ละตัวได้ ยิ่งเร็ว ก็ยิ่งโดด ผลก็คือ ยิ่งรั่วและยิ่งร้อน ซึ่งเป็นเหตุให้ Prescott กินไฟมากถึง 100 วัตต์และร้อนจัดๆ เทียบกับ 82 วัตต์ของ Pentium 4 โค้ดเนม Northwood ที่ใช้เทคโนโลยี 130 นาโนเมตรในการผลิต และแม้ทางอินเทลจะออกมาแถลงว่าสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้แล้ว แต่ไม่มีใครรู้ว่าแก้ได้ 100% หรือไม่


พัดลมตัวเบ่อเริ่ม
จริงๆแล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวซีพียูเสียทีเดียว เพราะแม้ตัวจะร้อนแต่ก็ทำงานได้ตามปกติ ปัญหาจริงๆอยู่ที่ระบบระบายความร้อนที่ใช้กับ Pentium 4 พัดลมซีพียูหนึ่ง บวกกับพัดลมที่ตัวเคสอีก 3-4 ตัว เชื่อว่าหลายคนคงนึกภาพออก เวลาที่พัดลม 4-5 ตัวทำงานเต็มที่ พร้อมๆกัน ในห้องทำงานเงียบๆ ตอนกลางคืน แถมยังกินไฟอีกต่างหาก

ถ้าไม่เอาทั้ง Athlon 64 และ Pentium 4 ล่ะ ... จะเหลืออะไรให้เลือก??? ก็เหลือ AMD Sempron, AMD Athlon XP และ Intel Celeron D แต่เอเอ็มดีจะเลิกผลิต Athlon XP ในปีนี้ ดังนั้นจึงเหลือตัวเลือกเพียง Sempron กับ Celeron D เท่านั้น

Sempron ใช้สถาปัตยกรรมเดียวกับ Athlon XP (Socket A) จะเรียกว่าเป็นตัวตายตัวแทนของ Athlon XP ก็ได้ ใช้แคชขนาด 256KB ใช้ FSB 333MHz ไม่ซัพพอร์ต Dual-Channel ขณะที่ Intel Celeron D ใช้สถาปัตยกรรมเดียวกันกับ Pentium 4 (Socket 478) ใช้แคชขนาด 256KB เหมือนกัน แต่ใช้ FSB 533MHz และซัพพอร์ต Dual-Channel ทั้ง 2 ตัวไม่ซัพพอร์ต 64-Bit Extension

ดูเหมือน Celeron D จะมีภาษีดีกว่า หรืออาจจะพอๆกัน เพราะเขาเทสต์กันมาแล้ว แต่ Celeron D ถูกกว่า ราคา ณ วันที่ 8 มกราคม 2548 ของ Celeron D 330-2.6GHz อยู่ที่ 3,530 บาท ส่วน Sempron 2600+ ราคาอยู่ที่ 3,760 บาท อย่างไรก็ตาม พึงต้องระลึกอยู่เสมอว่าทั้ง 2 รุ่นเป็นชิประดับโลว์เอนด์สำหรับคอมพ์ราคาประหยัด หรือคนที่ไม่ต้องการใช้กำลังของเครื่องมากนัก

ตรงนี้มีจุดน่าสังเกต ซึ่งขอนอกเรื่องนิดนึงคือ เอเอ็มดีมีนโยบายปฏิวัติตัวเองจากผู้ตามเป็นผู้นำ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก แต่การที่ปฏิวัติแล้วทำให้ราคาของแพงขึ้นนี่ ไม่รู้ว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสียกับเอเอ็มดีในระยะยาวกันแน่ อันนี้ตั้งเป็นประเด็นไว้เฉยๆ คงต้องติดตามความเคลื่อนไหวกันต่อไป

PCI Express อินเตอร์เฟสที่เร็วกว่าแรงกว่ามีวางตลาดแล้ว
กลับเข้าเรื่อง ที่น่าสนใจที่สุดคือ เทคโนโลยีที่กำลังจะแรงในปีนี้ จะทำให้สิ่งที่เล่ามาทั้งหมดกลายเป็นเรื่องล้าสมัยทันที เทคโนโลยีที่ว่าคือ PCI Express ค่ายเอเอ็มดีเพิ่งจับมือกับผู้ผลิตชิปเซ็ตชั้นนำของโลก อาทิ บริษัทเวียเทคโนโลยีส์ (Via Technologies) บริษัทเอ็นวิเดีย (Nvidia) และบริษัทเอสไอเอส (Silicon Integrated Systems; SIS) คลอดชิปเซ็ตที่ซัพพอร์ต PCI Express ออกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว ตอนนี้ไม่รู้ว่ามีเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซ็ตเหล่านี้เข้ามาในเมืองไทยบ้างหรือยัง ถ้ามีก็คงจะยังน้อยและคงจะแพงมากด้วย เหตุผลก็อย่างที่ว่า ผู้เล่นน้อยเหลือเกิน มันเป็นไปตามกลไกตลาด

ส่วนค่ายอินเทลซัพพอร์ต PCI Express มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2547 กับชิปเซ็ต Intel 915 Express และ Intel 925 Express แต่ซัพพอร์ตเฉพาะรุ่น Socket 775 ซึ่งตอนนี้มีอยู่ในตลาดเพียง 3 รุ่น ได้แก่ Pentium 4 520-2.8GHz ราคา 6,990 บาท Pentium 4 530-3.0GHz ราคา 7,990 บาท และ Pentium 4 540-3.2GHz ราคา 9,900 บาท ทั้ง 3 รุ่นยังไม่ซัพพอร์ต 64-Bit Extension ส่วนเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซ็ตดังกล่าวตอนนี้ยังใหม่ และก็มีน้อยมากเช่นกัน ราคาอยู่ในช่วง 5,000-10,000 บาท ซึ่งยังแพง


Dual-Channel DDR2 ที่แรงกว่า DDR เห็นๆ
อีกเทคโนโลยีหนึ่งคือ Dual-Channel DDR2 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหน่วยความจำที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าปัจจุบัน ค่ายอินเทลซัพพอร์ต Dual-Channel DDR2 ในชิปเซ็ต Intel 915 Express และ Intel 925 Express แต่นั่นแหละ ของยังแพง ส่วนค่ายเอเอ็มดียังไม่มีชิปเซ็ตตัวไหนซัพพอร์ต DDR2

สรุปได้ว่า ชิ้นส่วนพีซีในปีนี้ ที่มีราคาอยู่ในระดับกลางๆ ล้วนแต่ไม่ค่อยเต็มกันทั้งนั้น ถ้าใครจะซื้อจริงๆ คงต้องทำใจ ส่วนอันที่เต็มๆสมบูรณ์แบบ ก็ใหม่ ราคายังสุดเอื้อม ไว้รอปีหน้า ให้ราคาลงสักหน่อย จะน่าสนใจกว่า ... ตัด (สิน) ใจซื้อยากจริงๆ

ลิงค์เพื่อการตรวจสอบราคาชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์
ByXtreme
Dcomputer
A&L Computer
Synnex
Com7
Hardware House Group
World Business Computer
Incom Group
Elite Systems
Billion Tech
Famous Computer
M&D Computer
Speed Computer

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet